<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ยืด60วันถกภาษีที่ดิน!คาดใช้ไม่ทันปี 62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่อเค้าวืด! กมธ. ยืดเวลาพิจารณาร่างภาษีที่ดินต่ออีก 60 วัน หวั่นบังคับใช้กฎหมายไม่ทันตามแผนปี 2562 &amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; การันตีพิจารณาทุกอย่างสมบูรณ์แบบ

&amp;nbsp;พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ ซึ่งมีนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.การคลัง เป็นประธาน มีมติให้ขยายเวลาการพิจารณาออกไปเป็นครั้งที่ 8 อีก 60 วัน จากเดิมสิ้นสุดเดือน ก.ค. 2561 ออกไปเป็นปลายเดือน ก.ย.2561 เพื่อต้องการให้กรรมาธิการสรุปประเด็น และชี้แจงข้อซักถามจากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ได้รอบคอบยิ่งขึ้น

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง กล่าวว่า&amp;nbsp; กระทรวงการคลังยืนยันว่าที่ผ่านมาได้พิจารณาเนื้อหาครบทุกมุม มีการปรับปรุงรายละเอียดเพื่อรองรับสิ่งที่มีปัญหา โดยใครมีปัญหาก็ดูแลได้ทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายที่มีการดูอย่างละเอียดและสมบูรณ์ที่สุด ถ้าหากไม่ผ่านการพิจารณาก็ถือว่าน่าเสียดาย เพราะจะให้มีรัฐบาลไหนทำมาได้แบบนี้คงยาก แต่การบังคับใช้จะทันปี 2562หรือไม่คงตอบไม่ได้ ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ สนช.

แหล่งข่าวจากกรรมาธิการฯ กล่าวว่า การขยายเวลาพิจารณา ส่งผลให้การบังคับใช้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ ไม่ทันวันที่ 1 ม.ค. 2562 แน่นอน

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13814</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., กระทรวงการคลัง, ภาษีที่ดิน, อภิศักดิ์  ตันติวรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b3399039afab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อภิศักดิ์” หนุนตรวจสอบความรอบคอบก่อนบังคับใช้ มาตรฐานการบัญชี IFRS9 หวั่นกระทบปล่อยกู้เอสเอ็มอี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อภิศักดิ์&amp;rdquo; แนะปรับใช้หลักเกณฑ์มาตรฐานการบัญชี IFRS9 ให้เหมาะสมกับประเทศไทย แต่ยังสอดคล้องกับสากล หนุนตั้งคณะทำงานศึกษาผลกระทบภาพกว้าง ห่วงมาตรฐานบัญชีใหม่ทำแบงก์ตั้งสำรองเพิ่มกระทบปล่อยกู้เอสเอ็มอี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) ให้เลื่อนการบังคับใช้มาตรฐานการบัญชี IFRS9 ในวันที่ 1 ก.ค. 2562 ออกไปเป็นวันที่ 1 ม.ค. 2565 เนื่องจากต้องการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีเวลาศึกษาข้อเสียที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยให้ชัดเจนก่อน ว่า เรื่องดังกล่าว กกบ. เป็นตัวหลักในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ซึ่งเห็นด้วยที่จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณาและรวบรวมข้อมูลความพร้อม รวมถึงผลกระทบในภาพรวมกับประเทศก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เห็นว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลสถาบันการเงิน ก็ต้องไปทำความเข้าใจกับสถาบันการเงินทั้งหมดเพื่อให้มีการเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมในการบังคับใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าว ส่วนบริษัทจดทะเบียนต่าง ๆ ก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่จะต้องไปเตรียมความพร้อมกับบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มองว่าหลักเกณฑ์ IFRS9 ดังกล่าว เป็นเรื่องที่ใช้กันในสากล เมื่อต่างประเทศออกหลักเกณฑ์มา ในส่วนของประเทศไทย ก็จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพื่อนำมาใช้ภายในประเทศด้วย ซึ่งไทยเองเป็นประเทศขนาดเล็ก ดังนั้นจึงเห็นว่าเราอาจจะมีการพิจารณาปรับหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย แต่ก็สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่เป็นสากลได้ โดยไม่ต้องกำหนดการใช้ตามหลักเกณฑ์สากลให้เหมือนเป๊ะทุกข้อก็ได้ โดยให้มองเป็นภาพกว้าง ๆ ก็พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราไม่จำเป็นต้องทำแบบที่เขากำหนดทั้งหมด แต่เราสามารถเอาภาพรวมหลักเกณฑ์ที่ต่างประเทศกำหนดมาพิจารณาปรับให้สอดคล้องได้ ดังนั้นสิ่งที่อยากเห็นคือการปรับให้สอดคล้อง เอาสิ่งที่ควรพัฒนามาดำเนินการ ดังนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่ควรจะมีการศึกษาข้อดีข้อเสียของเรื่องนี้ใหม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกบ. ที่จะต้องดำเนินการเรื่องนี้ โดยสิ่งที่อยากให้พิจารณาคือ ไทยเป็นประเทศที่มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสูง ประมาณ 30% ขณะที่ต่างประเทศมีประมาณ 10% หรือประเทศที่พัฒนาแล้วอาจจะไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ ผลกระทบที่ตามมาของเรื่องนี้ คือ สถาบันการเงินจะต้องมีการตั้งสำรองเพิ่ม ดังนั้นก็เป็นไปได้ที่สถาบันการเงินจะมีการคิดอัตราดอกเบี้ยกับเอสเอ็มอีเพิ่ม หรือบางแห่งอาจจะไม่ปล่อยกู้ให้เอสเอ็มอีเลยก็ได้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวลและอาจเกิดผลกระทบในวงกว้าง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรอดูผลการศึกษาก่อน&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า มาตรฐาน IFRS9 ไม่กระทบกับการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพราะเป็นการปล่อยกู้ให้กับผู้ด้อยโอกาสมีรายได้น้อย ซึ่งมีความเสี่ยงสูงและธนาคารพาณิชย์ไม่ปล่อย หากให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปล่อยกู้ดังกล่าวและต้องตั้งสำรองจนขาดทุนก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะต้องมีการปรับลดหลักเกณฑ์ให้เหมาะสม โดย ธปท. ทราบปัญหาดังกล่าวเป็นอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สภาวิชาชีพบัญชีมีแผนจะนำการบัญชีหรือมาตรฐานรายงานการเงิน (IFRS 9) มาใช้ในประเทศไทยในปี 2562 หลังจากวันบังคับใช้ของต่างประเทศ 1 ปี (ซึ่งบังคับใช้ในปี 2561) ธปท. ได้หารือร่วมกับสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในแง่ระบบและเตรียมการตั้งสำรองอันเป็นผลสืบเนื่องจากมาตรฐานการบัญชีใหม่ ซึ่งโดยรวมแล้วสถาบันการเงินเองก็ดำเนินการเตรียมตัวและพร้อมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี มีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อภาคธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มดี ด้วยเหตุนี้ ทราบมาว่า สภาวิชาชีพบัญชีโดยคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) จะนำผลกระทบต่อภาคธุรกิจโดยเฉพาะเอสเอ็มอี (ในแง่ของต้นทุนการขอสินเชื่อที่อาจสูงขึ้นและการเข้าถึงสินเชื่อที่อาจยากขึ้น) มาประกอบการพิจารณาเพื่อความรอบคอบ รวมถึงอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางที่จะช่วยลดผลกระทบในการปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8889</URL_LINK>
                <HASHTAG>IFRS9, กระทรวงการคลัง, ธปท., บัญชี, มาตรฐานบัญชี, อภิศักดิ์  ตันติวรวงศ์, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180202/image_big_5a7494c05558d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 21:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 21:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.คลังยังไม่ได้รับหนังสือ&#039;ปลัด&#039;ลาออก  เผยมีคนขอให้ย้ายไปนั่งเลขาธิการ สศช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 61 -&amp;nbsp;นายอภิศักดิ์ &amp;nbsp;ตันติวรวงศ์ &amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากราชการ &amp;nbsp;ว่า ยังไม่เห็นหนังสือลาออกจากปลักคลัง ยอมรับว่าการโยกย้ายปลัดคลังไปอยู่ สศช. ทำให้ต้องทำงานหนักขึ้น เพราาะที่ผ่านมาปลัดลังได้ช่วยผลักดันนโยบายต่างๆ อย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในเมื่อมีคนขอมาให้ไปอยู่ สศช. เพื่อช่วยส่วนร่วมของประเทศ ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของประเทศ ก็ต้องยอมตามที่ขอมา และก็ต้องยอมรับารตัดสินใจของปลัด&amp;quot;นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6889</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลัดคลัง, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ลาออก, สมชัย สัจจพงษ์, อภิศักดิ์  ตันติวรวงศ์, ไขก๊อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5accd0ce881b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
